การขยายพันธุ์ช้างปางช้างแม่สา

การขยายพันธ์ช้าง

ช้างในปางช้างแม่สาเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ จะได้รับการบรรจุให้เข้าโปรแกรมการผสมพันธุ์ โดยจะมีการเช็คความสมบูรณ์พันธุ์และประวัติการให้ลูกของช้างเชือกนั้น แล้วจึงนำช้างมาหมุนเวียนสัมผัสกัน ระหว่างช้างพ่อพันธุ์และช้างแม่พันธุ์ว่าช้างแม่พันธุ์ยอมรับให้ขึ้นผสมพันธุ์หรือไม่ เมื่อถึงช่วงเวลาสมบูรณ์คือช่วงที่นายสัตวแพทย์เช็คฮอโมนต์การสืบพันธุ์หรือการสังเกตุอาการของช้าง จึงเริ่มจับคู่ปล่อยให้ช้างผสมพันธุ์กัน โดยใช้เวลาต่อครั้งประมาณ 3-4 วันปัจจุบันปางช้างแม่สาได้มีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับหน่วยงานหลายส่วน เช่น คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง เป็นต้น ในการวิจัยผสมเทียมช้างด้วยน้ำเชื้อสด และน้ำเชื้อแช่แข็ง ซึ่งหากโครงการประสบความสำเร็จแล้วเชื่อว่าจะสามารถลดความกังวลเรื่องการสูญพันธุ์ของช้างไทยได้ในระดับหนึ่ง


การผสมเทียม

Elephant Parade

การผสมเทียมแบ่งออกเป็น 2 ช่วงการทดลอง ช่วงที่ 1 จะทำการผสมช้าง 10 เชือก ด้วยน้ำเชื้อสด ที่เจือจางด้วยสารละลายน้ำเชื้อที่มีคุณสมบัติในการเก็บรักษาน้ำเชื้อได้ดีที่สุด โดยผสมครั้งละ 3 วัน (วันก่อนเกิด ระดับของฮอร์โมนลูทิไนซิงสูงขึ้น 1 วัน วันที่เกิดระดับของ ฮอร์โมนลูทิไนซิงสูงขึ้นและหลังจากวันนั้น 1 วัน) ในการ ผสมแต่ละครั้งจะใช้อสุจิที่มีเปอร์เซ็นต์การเคลื่อนที่ ไปข้างหน้าไม่ต่ำ 60% ความเข้มข้นของเซลล์อสุจิไม่ต่ำกว่า 25 ล้านตัวต่อมิลลิลิตรและใช้ปริมาตรอย่างน้อย 10 มิลลิลิตร เมื่อประสบความสำเร็จมีช้างเพศเมียตั้งท้องจากการ ผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อแช่เย็นแล้วจึงพัฒนาไปสู่การทดลอง ในช่วงที่ 2 ซึ่งจะทำการผสมเทียมในช้างอีก 10 เชือก ด้วยน้ำเชื้อที่ผ่านการแช่แข็งด้วยสารเจือจางน้ำเชื้อและสารป้องกันอันตรายจากการแช่แข็งที่ให้คุณภาพน้ำเชื้อหลังจากอุ่นละลายที่ดีสุด โดยผสมครั้งละ 3 วัน (วันก่อนเกิด ระดับของฮอร์โมนลูทิไนซิงสูงขึ้น 1 วัน, วันที่เกิดระดับฮอร์โมน ลูทิไนซิงสูงขึ้นและหลังจากนั้น 1 วัน) ในการผสมแต่ละครั้ง จะใช้อสุจิที่มีเปอร์เซ็นต์การเคลื่อนที่ไปข้างหน้าไม่ต่ำกว่า 50% ความเข้มข้นของเซลล์อสุจิไม่ต่ำกว่า 25 ล้านตัว ต่อมิลลิลิตรและใช้ปริมาตรอย่างน้อย 10 มิลลิลิตร

ทำการผสมเทียมโดยการใช้กล้องส่อง ตรวจภายในขนาดความยาว 1.7 เมตร ทำการสอดผ่าน ทางช่องคลอดร่วมกับการกำหนดตำแหน่งโดยใช้คลื่น ความถี่สูง (ultrasonography) ผ่านทางทวารหนักโดยใช้ หัวตรวจขนาด 3.5 MHz ช่วยกำหนดตำแหน่งในการ ปล่อยน้ำเชื้อ การฉีดน้ำเชื้อเข้าท่อพลาสติกผสมเทียม ชนิดพิเศษที่สอดอยู่ในช่องอุปกรณ์ของกล้องส่องตรวจ ภายใน การปล่อยน้ำเชื้อจะปล่อยที่ช่องเปิดที่ปากมดลูก แล้วใช้แรงดันจากกระบอกฉีดยาดันน้ำเชื้อเข้าไปในปากมดลูก